การอยู่ไฟหลังคลอด แม้จะเคยได้ยินจากญาติผู้ใหญ่แต่ก็ไม่รู้ถึงความสำคัญ ทำให้ละเลยที่จะปฏิบัติตามแม้ว่าทั้งศาสตร์แผนจีนหรือแผนไทยต่างก็เห็นตรง กันเรื่องของการอยู่ไฟหลังคลอด ถ้าเราเข้าใจหลักการก็สามารถปรับเปลี่ยนวิธีที่คนสมัยก่อนทำกันมา เพื่อนำไปปฏิบัติได้โดยที่ไม่รู้สึกยุ่งยาก

ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ มีช่วงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ 4 ช่วง คือ ช่วงที่มีรอบเดือน ช่วงตั้งครรภ์ ช่วงคลอดและช่วงหลังคลอด ช่วงที่มีรอบเดือน ร่างกายต้องการขับเลือดเสียออก ขณะเดียวกันร่างกายก็เพลียจากการเสียเลือด สิ่งที่จะช่วยได้ก็คือ การให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย

การที่ร่างกายอบอุ่นทำให้เลือดเดินดี ประจำเดือนก็ถูกขับออกมาหมดและไม่ตกค้าง แต่ถ้าโดนความเย็นในช่วงนี้จะทำให้มดลูกหดตัวเป็นสาเหตุของการปวดประจำเดือน และของเสียตกค้าง ประจำเดือนจะมีสีคล้ำเป็นลิ่ม หากประคบด้วยกระเป๋าน้ำร้อนก็จะดีขึ้น ความเย็นยังส่งผลต่อการหมุนเวียนของเลือดในอุ้งเชิงกราน ทำให้เกิดเป็นโรคทางนรีเวชตามมา เช่น เนื้องอกมดลูก ซีสต์รังไข่ ภาวะมีบุตรยาก

เรื่องความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ออกกำลังกายมากเกินไปในช่วงมีประจำเดือนก็เป็นการทำร้ายร่างกายได้เช่นกัน ช่วงมีประจำเดือนควรให้ร่างกายได้พักบ้าง เนื่องจากร่างกายกำลังเสียเลือด หากพักผ่อนไม่พอก็จะเจ็บป่วยได้ง่าย การที่ประจำเดือนมาไม่ปกตินั้นจะส่งผลต่อสุขภาพหลายอย่าง เช่น โรคปวดต่างๆ ปวดหลัง ปวดบ่า ปวดไมเกรน

ช่วงตั้งครรภ์ คุณผู้หญิงที่ผ่านการตั้งครรภ์มาแล้วคงผ่านความรู้สึกร้อนง่ายในช่วงนั้น คนโบราณเปรียบร่างกายคนในช่วงตั้งครรภ์เหมือนกองไฟ ฉะนั้น ควรงดของเผ็ดร้อน งดอาหารหรือยาที่มีผลทำให้เลือดเดิน เพราะอาจมีผลให้แท้งง่าย

"ช่วงคลอด-หลังคลอด" มีการเสียเลือดและขับน้ำคาวปลา คนโบราณเปรียบเทียบภาวะในร่างกายของหญิงหลังคลอดเหมือนน้ำแข็ง เนื่องจากเสียเลือดมากทำให้อุณหภูมิของร่างกายลดลงอย่างรวดเร็ว ฉะนั้น จึงเป็นที่มาของ การอยู่ไฟ

ความร้อนจะช่วยให้มดลูกหดตัวหรือมดลูกเข้าอู่ได้เร็วลดการตกเลือดหลัง คลอด ทำให้น้ำคาวปลาซึ่งเป็นของเสียไหลออกมาได้หมด และยังช่วยในการลดอาการปวดต่างๆ หลังคลอด แถมยังช่วยให้น้ำนมไหลดีอีกด้วย

สมัยก่อนการอยู่ไฟนั้นต้องเป็นห้องเล็กๆ จุดเตาไฟไว้ข้างเตียง ห้ามให้ลมพัดผ่าน เนื่องจากกลัวลมเย็นกระทบทำให้เป็นหวัด ช่วงที่อยู่ไฟห้ามอาบน้ำเย็นและต้องดื่มน้ำต้มสมุนไพร บางพื้นที่ทำร่วมกับการนั่งถ่านเพื่อสมานแผลที่เกิดจากการคลอดหรือแผลฝีเย็บ ให้แห้ง ร่วมกับการทับหม้อเกลือบริเวณหน้าท้อง การประคบสมุนไพร การเข้ากระโจมอบสมุนไพร เป็นต้น

ปัจจุบันการอยู่ไฟและการนั่งถ่านจะเห็นน้อยมาก เนื่องมาจากความไม่สะดวกในการตระเตรียมสถานที่และอุปกรณ์โดยเฉพาะสังคมเมือง แต่สิ่งที่อยากแนะนำให้ผู้หญิงหลังคลอดปฏิบัตินี้น่าจะพอทำได้ เช่น หากไม่สามารถหาห้องที่จุดเตาไฟได้ก็สามารถทดแทนโดยสร้างความอบอุ่นให้กับ ห้องที่เราอยู่ โดยไม่ปล่อยให้ลมพัดโกรก สวมเสื้อผ้าแขนยาว สวมหมวกและถุงเท้า ไม่ให้โดนพัดลมหรือแอร์ ถ้าจะให้ดีควรทำเป็นเวลาหนึ่งเดือน

ส่วนการนั่งถ่านนั้นจะเห็นตามโรงพยาบาล ใช้เป็นหลอดไฟส่องอบแผลแทน การทับหม้อเกลือบางพื้นที่ถ้าหากใช้วิธีนี้ได้ก็เป็นการดี แต่ถ้าหาไม่ได้ก็ใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบแทน ประคบหน้าท้องสามารถประคบได้หลังจากคลอด 1 อาทิตย์ช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็ว ส่วนการประคบสมุนไพรจะช่วยลดอาการปวดกล้ามเนื้อหลังคลอด หากต้องการทำเองที่บ้าน ก็ใช้ผ้าขนหนูแช่น้ำอุ่นค่อนข้างร้อนบิดหมาด แล้วประคบตามลำตัว แผ่นหลัง เต้านม แขนขา ช่วยลดอาการปวดได้มาก

การอบสมุนไพรจะช่วยลดอาการปวดตามข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ลดน้ำหนัก คลายความเครียด สามารถอบได้อย่างน้อยอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง ถ้าคลอดปกติหลังคลอดหนึ่งอาทิตย์ก็อบได้ แต่ถ้าคลอดโดยการผ่าตัดทางหน้าท้องควรรอหนึ่งเดือนถึงจะเข้าห้องอบได้ การอบจะช่วยชะล้างสิ่งสกปรกบนผิวหนังและให้เลือดหมุนเวียนดี

และอย่าลืมการดื่มน้ำร้อนหรือน้ำอุ่นในช่วงนี้ จะช่วยให้เลือดหมุนเวียนดีและเพิ่มปริมาณน้ำนมได้ด้วย ส่วนในเรื่องอาหารแสลง ศาสตร์แผนจีนจะเน้นเรื่องอาหารสำหรับหญิงหลังคลอดต้องไม่รสเย็น เช่น ผักผลไม้สดจะให้งดกินในช่วงหลังคลอด และให้กินพวกน้ำซุปกระดูก ไก่ ปลา การที่ได้อยู่ไฟหลังคลอดจะช่วยลดการเกิดอาการปวดต่างๆ เช่นปวดข้อ ปวดหลัง อาการวิงเวียนต่างๆ ช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนดีจะไม่เจ็บป่วยง่าย

สุดท้ายก็ขอแนะนำจุดฝังเข็มรักษาโรคเกี่ยวกับประจำเดือนหรือโรคทางนรีเวช จุดที่ใช้คือซานอินเจียวอยู่เหนือตาตุ่มด้านในขึ้นมาประมาณสองนิ้วครึ่งชิด ขอบหลังของกระดูก กดนวดบ่อยๆ ช่วยปรับสมดุลของประจำเดือนได้

 

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ