บุคลากร
ป้ายโฆษณา
แบบสำรวจ
คุณพอใจกับการบริการของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาลำปางมากน้อยเพียงใด
 
Login เจ้าหน้าที่



พยากรณ์อากาศ
ราคาน้ำมัน
สถิติผู้เยี่ยมชม
mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterToday38
mod_vvisit_counterYesterday41
mod_vvisit_counterThis week79
mod_vvisit_counterLast week310
mod_vvisit_counterThis month438
mod_vvisit_counterLast month900
mod_vvisit_counterAll days280163

PostHeaderIcon การพาสเจอร์ไรส์

การพาสเจอร์ไรส์ (Pasteurization)คือ การถนอมอาหารชั่วคราววิธีหนึ่ง โดยใช้ความร้อนในอุณหภูมิระหว่าง 60 - 80 องศาเซลเซียส ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้จุลินทรีย์ไม่สามารถดำรงชีวิตต่อไปได้
ประวัติความเป็นมา พาสเจอร์ไรส์เป็นการตั้งชื่อเพื่อให้เกียรติแก่ นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสชื่อ หลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur) ซึ่งเป็นคนแรกที่คิดค้นการฆ่าจุลชีพที่แปลกปลอมอยู่ในเหล้าไวน์ระหว่างปี พ.ศ. 2407-2408 โดยการใช้ความร้อนประมาณ 50 - 60 องศาเซลเซียส ซึ่งการค้นพบนี้ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างมากในการผลิตเครื่องดื่มที่ต้องฆ่า จุลชีพ แต่ใช้อุณหภูมิสูงมากไม่ได้ เพราะจะทำให้รสและกลิ่นเปลี่ยนแปลง

วิธีการพาสเจอร์ไรส์ วิธีการพาสเจอร์ไรส์มี 2 วิธี คือ

1. วิธีใช้ความร้อนต่ำ - เวลานาน (LTLT : Low Temperature - Long Time) วิธีนี้ใช้ความร้อนที่อุณหภูมิ 62.8 - 65.6 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 30 นาที เมื่อผ่านความร้อนโดยใช้เวลาตามที่กำหนดแล้ว ต้องเก็บอาหารไว้ในที่เย็นซึ่งมีอุณหภูมิต่ำกว่า 7.2 องศาเซลเซียส กรรมวิธีการนี้นอกจากจะทำลายแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคแล้วยังยับยั้งการทำ งานของเอนไซม์ย่อยไขมันชนิดไลเปส (Lipase) ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดกลิ่นหืนในน้ำนมด้วย

2. วิธีใช้ความร้อนสูง - เวลาสั้น (HTST : High Temperature - Short Time) วิธีนี้ใช้ความร้อนที่อุณหภูมิสูงกว่าวิธีแรก แต่ใช้เวลาน้อยกว่าคืออุณหภูมิ 71.1 องศาเซลเซียสคงไว้เป็นเวลา 15 วินาที อาหารที่ผ่านความร้อนแล้วจะได้รับการบรรจุลง กล่องหรือขวดโดยวิธีปราศจากเชื้อแล้วนำไปแช่เย็นที่อุณหภูมิ 7.2 องศาเซลเซียส

ประโยชน์และข้อควรปฏิบัติ  การพาสเจอร์ไรส์เป็นการถนอมอาหารแบบชั่วคราว เพราะสามารถป้องกันมิให้จุลชีพเจริญในชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่สารอาหารยังอยู่ครบถ้วนหรือเกือบครบถ้วน ดังนั้นจึงมีประโยชน์ต่ออาหารที่ต้องรับประทานเป็นประจำแต่ไม่เก็บไว้นาน ๆ เช่น นม น้ำผลไม้ ไอศกรีม ก่อนนำไปปั่นแข็ง เป็นต้น

 

ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้บริโภคเกี่ยวกับอาหารที่ผ่านการพาสเจอร์ไรส์แล้วโดย เฉพาะนมดังนี้คือ

1. นมพาสเจอร์ไรส์ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นเสมอ บุคคลทั่วไป เข้าใจว่านมสดเมื่อได้รับการฆ่าเชื้อแล้วก็ไม่จำเป็นต้องเก็บไว้ในตู้เย็น แต่ความเป็นจริงแล้วความร้อนที่ใช้เพียงแต่ฆ่าเชื้อที่เป็นสาหตุของโรคเท่า นั้น แต่จุลชีพที่ไม่เป็นสาเหตุของโรคยังคงมีอยู่ในน้ำนมและจะเจริญเติบโตอย่าง รวดเร็วหากไม่เก็บนมไว้ในตู้เย็นนมอาจจะเสียภายใน 1 - 7 วันเท่านั้น ดังนั้นพึงระลึกเสมอว่านมพาสเจอร์ไรส์นั้นต้องเก็บไว้ในตู้เย็นที่มี อุณหภูมิประมาณ 5 องศาเซลเซียส

2. ให้สังเกตลักษณะของนมก่อนดื่ม เพราะนมพาสเจอร์ไรส์จะมีกำหนดอายุ ผู้ผลิตที่ดีต้องพิมพ์วันหมดอายุของนมสดไว้บนถุงที่บรรจุทุกครั้งที่ผลิต โดยทั่วไป นมสดจะมีอายุประมาณ 7 วัน โดยที่นมสดต้องเก็บในสภาพเย็นตลอดแต่ถ้านมสดถูกทิ้งไว้ในอุณหภูมิธรรมดานอก ตู้เย็นนาน ๆ โดยเฉพาะหน้าร้อน นมสดอาจจะเสียได้ภายใน 3 วันเท่านั้น ดังนั้นก่อนดื่มนมพาสเจอร์ไรส์ทุกครั้งควรรินใส่แก้ว สังเกตดูว่าถ้ามีตะกอนเป็นเม็ดขาว ๆ เกิดขึ้น แสดงว่านมนั้นเสียแต่ถ้าไม่มีเม็ดขาว ๆ ควรตรวจสอบด้วยการชิมถ้ามีรสเปรี้ยวเกิดขั้นไม่ควรดื่มนมนั้น

3. ไม่ควรเก็บนมสดไว้นานเกินไป ถึงแม้จะเก็บนมพาสเจอร์ไรส์ไว้ในตู้เย็นก็อาจเสียได้ หลายคนประหลาดใจที่พบว่าบ่อยครั้งโดยเฉพาะหน้าร้อน นมสดที่เก็บไว้ในตู้เย็นก็ยังเสียได้ ทั้งนี้เพราะหลังจากการบรรจุถุงพลาสติกแล้วกว่านมจะถูกนำมาส่งที่บ้านอาจจะ มีอุณหภูมิสูงนานเกินไป จุลชีพจึงเจริญเติบโตจนทำให้นมเกือบจะเสีย แม้เก็บไว้ในตู้เย็นอีก 2 วัน จุลชีพก็ยังสามารถเจริญเติบโตพอที่จะทำให้นมเสียได้ ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรดื่มให้หมดภายใน 1 วัน

prev
next

ผลวิจัยใหม่ !! การดื่มกาแฟไม่มีผลต่อความดันโลหิตสูง

News image

ข่าวดีสำหรับผู้ต้องการคาเฟอินทุกวัน การดื่มกาแฟวันละถ้วยต่อวันไม่ทำให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น นักวิทยาศาสตร์บ้างคนให้คำแนะนำว่าการดื่มกาแฟจะมีผลต่อค...

อ่านต่อ...

หากลิฟท์ตก...จะทำอย่างไร

News image

ใครที่อาศัยอยู่ในคอนโดหรืออพาร์ทเมนท์แล้วต้องใช้ลิฟท์ขึ้นๆลงๆอยู่บ่อยๆ คงต้องเคยเจอประสบการณ์ลิฟท์ค้างมาไม่มากก็น้อย ลิฟท์ค้างไม่ค่อยเท่าไหร่…แต...

อ่านต่อ...

วิธีประหยัดน้ำมันที่ได้ผล

News image

หลายคนอาจกำลังปวดหัวกับการขึ้นราคาน้ำมันที่รู้สึกว่าช่วงนี้ขยับขึ้นราคาบ่อยมาก วันนี้เรามีเคล็ดลับประหยัดน้ำมันมาฝาก 1.เติมน้ำมันแต่พอดีอย่าล้น เพ...

อ่านต่อ...

ขจัด 9 คราบบนเสื้อผ้า

News image

เรื่อง การซักเสื้อผ้าปกติเป็นหน้าที่ของสาวๆ ทั้งไม่โสดและโสดสนิท ซึ่งถึงแม้ว่าทุกวันนี้จะมีเครื่องซักผ้ามาอำนวยความสะดวกให้แล้ว แต่ปัญหาของคราบฝ...

อ่านต่อ...

อันตรายของความผอม!

News image

บางคนซีเรียสกับน้ำหนักตัวจนเกินไป ถึงกับต้องล้วงคอเพื่อให้อาเจียนเอาอาหารที่เพิ่งทานเข้าไปออกมา หรือที่เรียกว่า โรคบูลิเมีย เนอร์โวซา ขณะที่บางราย...

อ่านต่อ...

ทำไมต้องอยู่ไฟหลังคลอด

News image

การอยู่ไฟหลังคลอด แม้จะเคยได้ยินจากญาติผู้ใหญ่แต่ก็ไม่รู้ถึงความสำคัญ ทำให้ละเลยที่จะปฏิบัติตามแม้ว่าทั้งศาสตร์แผนจีนหรือแผนไทยต่างก็เห็นตรง กันเร...

อ่านต่อ...

โรคที่มากับแดด

News image

  ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งซึ่งอยู่ ในแถบโซนของการมีแสงอาทิตย์เกือบตลอดทั้งปี คนไทยจะชินกับอากาศร้อนและการมีเหงื่อออกเกือบตลอดทั้งวัน ดังนั้นในครอ...

อ่านต่อ...

"กินให้เหมาะ" บรรเทาอาการเจ็บป่วยยามท้อง

News image

ท้องที่โตขึ้นทุกวัน มักพาเอาอาการอีกหลายอย่างมาเยือนคุณแม่ เช่น ปวดหลัง ตะคริว ท้องผูก ฯลฯ แต่อย่าเพิ่งตกใจไป เพียงแค่เลือกกินอาหารที่มีคุณค่าและ...

อ่านต่อ...

"กุยช่าย"บำรุงน้ำนมแม่

News image

กุยช่าย หรือดอกไม้กวาด เป็นไม้ล้มลุกสูงประมาณ 30-45 ซม. มีเหง้าเล็กและแตกกอ ใบแบน เรียงสลับ รูปขอบขนาน โคนเป็นกาบบางซ้อนสลับกัน ช่อดอกแบบซี่ร่ม...

อ่านต่อ...

ทำไมไม่สบายต้องให้น้ำเกลือ

News image

ปกติแล้วร่างกายของคนเราจะเสียน้ำออกไปจากร่างกาย โดยการขับถ่ายเป็นน้ำปัสสาวะ หรือเป็นเหงื่อ หรือเป็นไอน้ำออกมาทางลมหายใจ รวมแล้วจะมีน้ำที่ขับออกมาจ...

อ่านต่อ...

ดื่มน้ำเย็นหลังอาหาร เสี่ยงมะเร็งลำไส้

News image

หลายคนๆเคยชินกับการดื่มเครื่องดื่มเย็นๆหลังจากรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของชาเพราะเชื่อกันว่า สามารถขจัดไขมันและแก้...

อ่านต่อ...

น้ำอัดลม ทำลายกระดูก

News image

โรคกระดูกพรุน คือโรคที่ความหนาแน่นของเนื้อกระดูกลดน้อยลงเรื่อยๆ รวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะโครงสร้างของกระดูก ซึ่งมีผลทำให้กระดูก ไม่สาม...

อ่านต่อ...

น้ำผลไม้ ทำให้ร่างกาย ดูดซึมยาได้ไม่ดี

News image

ผลการศึกษาของแคนาดา พบว่า น้ำผลไม้บางชนิด เช่น น้ำส้ม น้ำแอปเปิล และน้ำเกรพฟรุต อาจไปขัดขวางกระบวนการดูดซึมยาในร่างกาย ทำให้ยาที่กินเข้าไปรักษ...

อ่านต่อ...